ท่องเที่ยวตามทางรถไฟสายชิน-เคเซ ! เส้นทางที่ 2

คุนุกิยามะมิซากิคิตะ-นาราชิโนะ

ทางรถไฟสายชิน-เคเซให้บริการในพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจังหวัดชิบะ ประเทศญี่ปุ่น เชื่อมต่อระหว่างสถานีมัตสึโดะและสถานีเคเซ-สึดะนุม่า

ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความเจริญแต่วุ่นวายของกรุงโตเกียว ทางรถไฟสายชิน-เคเซจะทำให้คุณได้พบกับความเงียบสงบและได้ผ่อนคลายกับสถานที่ที่ไปเยือน การสำรวจในพื้นที่จะทำให้คุณได้ดื่มด่ำไปกับวัฒนธรรมท้องถิ่น อาหาร และความบันเทิง และนี่คือหนึ่งเส้นทางตัวอย่างที่เราจะพาไปแนะนำ

เริ่มต้นจากสถานีมิซากิ ซึ่งเป็นสถานที่ที่นักศึกษา 2 ชาติ (ไต้หวันและเกาหลี) จะเดินทางไปเที่ยวแบบครึ่งวัน เส้นทางตัวอย่างนี้มีสวนสาธารณะขนาดใหญ่ซึ่งเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ มีร้านอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมราคาย่อมเยาและมี “อู่รถไฟ” ของสายชิน-เคเซ (โดยปกติจะไม่เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชม !) ติดตามพวกเขาว่าไปดูอะไร กินอะไรและรู้สึกอย่างไรกันบ้าง ? เราลองเดินเที่ยวไปพร้อมกับพวกเขากันเลย !

 


สวนสาธารณะฟุนะบาชิ แอนเดอร์เซน

สถานที่ซึ่งเป็นเสมือนประตูสู่โลกแห่งเทพนิยาย ? ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาทีโดยรถบัส (รถบัสชิน – เคเซ) จากสถานีมิซากิมายังสวนสาธารณะฟุนะบาชิแอนเดอร์เซน อาณาจักรแห่งดอกไม้และกังหันลมขนาดใหญ่ซึ่งเป็นสัญญลักษณ์ของสวนแห่งนี้

ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เซน (ค.ศ. 1805-1875) เป็นราชาแห่งแทพนิยายสำหรับเด็กที่มีชื่อเสียง ผลงานที่โดดเด่นของแอนเดอร์เซนมีมากมายได้แก่ “ลูกเป็ดขี้เหร่” “เงือกน้อย” และ “เด็กหญิงไม้ขีดไฟ” เป็นต้น บ้านเกิดของเอนเดอร์เซนอยู่ที่เมืองโอเดนเซ (Odense) ประเทศเดนมาร์กซึ่งเป็นเสมือนบ้านพี่เมืองน้องกับเมืองฟุนะบาชิ จึงเป็นที่มาที่ทำให้สวนสาธารณะที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวระดับโลกแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นอย่างสมจริง
ภายในสวนได้มีการจำลองสถาปัตยกรรมต่างๆ ของเดนมาร์กในช่วงปี 1800s ไว้มากมาย เช่น กังหันลมขนาดใหญ่ โรงเรียนประถมศึกษา รวมทั้งบ้านเรือนของเกษตรกรที่ตั้งเรียงรายอยู่ภายในสวนแห่งนี้ สิ่งที่ทำให้เราต้องประหลาดใจก็คือ ช่างไม้และช่างเทคนิคที่สร้างสถาปัตยกรรมต่างๆ เหล่านี้ถูกเชิญมา จากประเทศเดนมาร์กและก่อสร้างโดยใช้วัสดุพื้นเมือง เพื่อสร้างบรรยากาศให้เหมือนกับของจริง แม้กระทั่งห้องที่แอนเดอร์เซนใช้ ก็ถูกจำลองขึ้นมาอย่างปราณีตทั้งเฟอร์นิเจอร์และข้าวของเครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร

ที่นี่ไม่ได้มีกิจกรรมที่น่าสนใจเพียงแค่การเดินชมทุ่งดอกไม้และชมสถาปัตยกรรมทางประวัติศาสตร์เท่านั้น สวนแห่งนี้แบ่งออกเป็น 5 โซน โดยเฉพาะ “โซนอาณาจักรของเด็กๆ” เป็นโซนที่มีกิจกรรมต่างๆ ให้เด็กๆ ได้เล่นอย่างสนุกสนานและมีชีวิตชีวา มีสนามเด็กเล่นให้ผจญภัย บ่อน้ำสีรุ้ง เตียงผ้าใบขนาดใหญ่สำหรับกระโดดซึ่งจะเนื่องแน่นไปด้วยเด็กๆ อยู่ตลอดเวลา รวมทั้งสไลเดอร์ที่มีความยาวถึง 50 เมตร !

สวนสาธารณะฟุนะบาชิ แอนเดอร์เซนแห่งนี้เคยถูกเว็ปไซต์รีวิวการท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง Trip Advisor จัดอันดับให้ที่นี่เป็นสวนสนุกอันดับ 3 ในบรรดาสวนสนุกยอดนิยมในญี่ปุ่น ในฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะแก่การมาเที่ยวที่นี่มากที่สุด คุณสามารถดื่มด่ำไปกับบรรยากาศสุดแสนมหัศจรรย์ของที่นี่ด้วยการนั่งรถบัสมาเที่ยวกับครอบครัวหรือจะมาเที่ยวกับเพื่อนๆ ก็ได้ !
ที่สำคัญ ไม่ควรพลาดการลิ้มลองไอศครีมแสนอร่อยที่ทำจากนมสดใหม่จากฟาร์มที่อยู่ใกล้ๆ สวนแห่งนี้ !

* บัตรส่วนลดสามารถหาซื้อได้ที่ Seven-Eleven ที่อยู่ภายในสถานีมิซากิ

  

 


ร้านอาหารญี่ปุ่น อุโอะสึกุ

ร้านอาหารแห่งนี้เริ่มต้นมาจากร้านขายปลาร้านเล็กๆ ชื่อ “อุโอะสึกุ” เปิดดำเนินกิจการในปี 1967 ที่เมืองคิตะนาราชิโนะ จำหน่ายอาหารสดใหม่ในราคาย่อมเยาให้แก่ผู้คนในท้องถิ่นมายาวนาน จนกระทั่งในปี 1991 ร้านขายปลาแห่งนี้ได้ทำการขยายกิจการ จึงทำให้เป็นจุดเริ่มต้นของร้านอาหารญี่ปุ่นต้นตำรับแห่งนี้

ร้านตั้งอยู่บนถนนที่เงียบสงบไม่พลุกพล่าน ใช้เวลาเดินจากสถานีคิตะ-นาราชิโนะเพียงแค่ 3 นาที ทางเข้าร้าน “อุโอะสึกุ” ถูกตกแต่งอย่างหรูหรา อาจทำให้ลูกค้าที่พึ่งมาทานอาหารที่นี่เป็นครั้งแรกเกิดความลังเลใจที่จะเปิดประตูเข้าไปในร้าน แต่เมื่อเข้าไปในร้าน การต้อนรับอย่างอบอุ่นและรอยยิ้มที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขของพนักงานที่สวมเครื่องแต่งกายแบบญี่ปุ่นจะช่วยให้ความกังวลใจของลูกค้าบรรเทาลงได้

ที่นี่จำหน่ายอาหารตามฤดูกาลต่างๆ เมื่อเปิดสมุดเมนูออกมาคุณอาจต้องหนักใจกับการเลือกเมนูใดเมนูหนึ่ง เพราะที่นี่มีเมนูอาหารให้เลือกมากมาย อาทิ ซูชิ ซาชิมิ เทมปุระ ข้าวหน้าต่างๆ และอาหารจานเล็กจานน้อยอีกมากมาย ยกตัวอย่างเช่นชุด “ฮารุ โนะ อุรารากะ โกะเซ็น” (อาหารชุดที่จำหน่ายในฤดูใบไม้ผลิ) ประกอบไปด้วยอาหารกว่า 10 ชนิดใน 1 ชุด รวมถึง “นาเบะ” (หม้อไฟ) หม้อเล็กก็รวมอยู่ในอาหารชุดนี้ด้วย แทบไม่ต้องบรรยายเลยว่า รสชาติที่ถูกปรุงขึ้นอย่างปราณีตและความสดใหม่ของวัตถุดิบรวมทั้งสีสันที่มีชีวิตชีวาของอาหารจะทำให้คุณเพลิดเพลินราวกับกำลังชมดอกไม้ “ฮานามิ” อยู่ในร้านอาหารเลยทีเดียว ราคาอาหารชุดนี้เพียงแค่ 2,800 เยนเท่านั้น (ไม่รวมภาษี) นับว่าเป็นราคาที่สมเหตุสมผลและคุ้มค่ามากเมื่อเปรียบเทียบกับร้านอาหารระดับเดียวกันในโตเกียว เมนูยอดนิยมของที่ร้านอย่าง “อุนา-จู” (ข้าวหน้าปลาไหล) ก็ราคาเพียงแค่ 2,800 เยนเท่านั้น (ไม่รวมภาษี)

ภายในร้านตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม มีที่นั่งให้เลือกทั้งแบบเสื่อทาทามิและที่นั่งแบบมีเก้าอี้ การตกแต่งภายในร้านจะทำให้คุณตราตรึงใจ ไม่ว่าจะเป็น กิ่งของต้นซากุระ ภาชนะที่ทำจากเครื่องเขินและอาหารตามฤดูกาลมากมาย เหมาะแก่การใช้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจกับครอบครัวและเพื่อนฝูง
* สามารถชำระค่าอาหารได้ด้วยบัตรเครติด (Visa, Master Card, UC, DC และ AMEX เป็นต้น)

 

 


อู่รถไฟคุนุกิยามะ

เพียงแค่เดินจากออฟฟิศของสายชิน-เคเซ ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับสถานีคุนุกิยามะประมาณ 15 นาที คุณจะได้พบกับอู่รถไฟคุนุกิยามะ ที่นี่เป็นอู่จอดรถไฟสำหรับทำการตรวจสอบและซ่อมบำรุง โดยปกติแล้วอู่แห่งนี้จะอนุญาตให้เข้าไปข้างในได้เฉพาะพนักงานและช่างเทคนิคเท่านั้น และจะเปิดให้สาธารณะชนเข้าชมได้เฉพาะ “วันขอบคุณลูกค้า” และงานเสริมสร้างมิตรภาพประจำปีเท่านั้น

สายชิน-เคเซมีรถไฟทั้งหมด 26 ขบวน แต่ละขบวนประกอบไปด้วย 6 โบกี้ คุณฮานะวะผู้ซึ่งทำงานเป็นช่างเทคนิคมากว่า 20 ปี กล่าวว่า “รถไฟทุกขบวนจะถูกตรวจสอบทุกๆ 4 ปี นั่นหมายความว่าในทุกๆ 40 วันเราจะต้องทำการตรวจสอบรถไฟ 1 ขบวนให้เสร็จอย่างครบวงจร”

เมื่อเดินเข้าไปภายในอู่ สิ่งแรกที่คุณฮานะวะพาไปชมก็คือล้อรถไฟใหม่เอี่ยมที่ทำจากเหล็ก เขาอธิบายว่า “อายุการใช้งานของแต่ละล้อจะอยู่ที่ประมาณ 12 ปี มันจะบางลงเรื่อยๆ ตามระยะทางที่รถไฟวิ่ง” และอีกสิ่งหนึ่งที่พบเห็นได้ในบริเวณพื้นที่เดียวกันก็คือพื้นที่สำหรับทำสีรถไฟ (ชิน-เคเซสีชมพูอ่อน) คุณฮานะวะอธิบายว่า “ที่นี่ถูกใช้สำหรับทำสีรถไฟที่ทำขึ้นจากเหล็กเท่านั้น สำหรับรถไฟรุ่นใหม่ซึ่งถูกทำขึ้นจากสแตนเลสจะใช้วิธีการติดสติ๊กเกอร์แทน”

ทันใดนั้นเราก็ได้ยินเสียงแหลมสูงจากการเคาะโลหะดังขึ้น มันคือเสียงที่ช่างเครื่องสูงวัยใช้ฆ้อนเคาะลงไปที่สลักบริเวณชิ้นส่วนด้านล่างของรถไฟ เขากล่าวว่า “นี่เป็นการตรวจสอบเสียง เราจะเช็คสลักทุกตัวแบบนี้ หากมีตัวไหนหลวม เสียงของมันก็จะทึบ” เขามีท่าทีที่ดูจะภูมิใจกับงานของตนเองพร้อมทั้งกล่าวว่า “ผมตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของผู้โดยสารอยู่ตลอดเวลา”

หากลองเข้าไปมองใกล้ๆ ตัวรถไฟ คุณจะได้ค้นพบอะไรอยู่ตลอดเวลา อย่างเช่น คุณเคยสังเกตุใต้โบกี้แรกของรถไฟหรือไม่ ? ใต้โบกี้จะมี “แตร” ติดอยู่เพื่อใช้สำหรับส่งสัญญาณเวลาเกิดเหตุฉุกเฉิน คุณรู้หรือไม่ว่าสัญญาณเตือนจะมีทั้งเสียงเตือนแบบอิเล็กทรอนิกส์ (เสียงเบาและเสียงสั้น) และเสียงแตร (เสียงดังและเสียงยาว) ซึ่งเสียงของสัญญาณแต่ละชนิดจะถูกใช้ในสถานการณ์ที่ต่างกันออกไป ?

งาน “วันขอบคุณลูกค้า” ครั้งต่อไปจะจัดขึ้นในวันที่ 3 มิถุนายน และนี่ก็เป็นแค่โอกาสเดียวเท่านั้นที่จะเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้เข้ามาเที่ยวชมในอู่รถไฟแห่งนี้ โปรดรอติดตามข้อมูลเพิ่มเติมอื่นๆ กันอีกนะทุกคน !

  

 


ถึงจุดหมายปลายทาง !!!

เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับทริปครึ่งวัน ? นี่เป็นเพียงหนึ่งตัวอย่างของเส้นทางที่เต็มไปด้วยกิจกรรมและความบันเทิงมากมายในทางรถไฟสายชิน-เคเซ อดใจรอทริปต่อไป หรือจะร่วมเดินทางด้วยกันกับพวกเราก็ได้ ! ยังมีสิ่งต่างๆ อีกมากมายรอให้คุณมาค้นหาต่อไป

 

หมวดหมู่ของบทความนี้: คุนุกิยามะมิซากิคิตะ-นาราชิโนะ อาหาร, ซูชิ - คับโป - อาหารญี่ปุ่น, อื่นๆ, สปา, กิจกรรม